รับปริญญา CS KMUTNB

posted on 16 Nov 2009 16:05 by donttouch

ดีใจมากๆมีเพื่อนอัดคลิ๊ปไว้

จะมีซักกี่คนที่ได้ดูคลิ๊ปตัวเองรับปริญญา

 เอาภาพล้อมาอวด

 

 ขอบคุณ into design ครับ ภาพสวยดี

ใครอยากได้บ้างตามไปที่ intodesign

 

ตอบคำถามจากหนัง คว้าแว่นตาสุด “เจิด” Ray-Ban Aviator รุ่นที่ “ลุงใส่” (RB 3214) มูลค่า 9,400 บาท และเสื้อที่ระลึกจาก รถไฟฟ้า..มาหานะเธอ อีก 20 รางวัล ใครว่าแน่ อย่าช้านะเธอ เพราะงานนี้ “โหด เรียก ลุง” เริ่ม 29 ต.ค. ถึง 1 พ.ย. 52 (0:00) ประกาศผล 6 พ.ย. 52


กติกาสุดหิน
1. ตอบคำถามแฟนพันธุ์แท้ 20 ข้อให้ได้มากที่สุด ให้ถูกต้อง ละเอียด ครบถ้วน และรวดเร็วที่สุด (คลิกดูคำถามที่นี่ http://www.rodfaifahmovie.com/realFan.jpg)
2. ส่งคำตอบ , ชื่อ-นามสกุล , เบอร์โทรศัพท์ และขนาดเสื้อ (S , M , L , XL)มาที่ btsmoviethai@gmail.com 
3. ส่งคำตอบที่ดีที่สุด ถูกต้องที่สุด ได้แค่ 1 ครั้ง ต่อ 1 คน / 1 ชื่อ-นามสกุล / 1 เบอร์มือถือ / 1 อีเมลล์ เท่านั้น
4. ทำผิดกติกา แพ้ฟาล์ว นะเธอ

ของรางวัล
  • รางวัลชนะเลิศ แว่นกันแดด Ray-Ban Aviator รุ่น RB 3214 มูลค่า 9,400 บาท จำนวน 1 รางวัล
  • ส่วนใครที่ตอบถูกรองลงมา 20 อันดับ จะได้รับเสื้อยืดที่ระลึกจาก รถไฟฟ้า..มาหานะเธอ รางวัลละ 1 ตัว
ที่มา : GTH
 
สำหรับผมมันโคดยากเลยอ่ะ
 

"คราม" เพลงใหม่จาก bodyslam!!!

posted on 29 Oct 2009 08:27 by donttouch

มีความเป็นอิเล็คโทรนิคเข้ามาเพิ่ม bodyslamมีไรใหม่ๆมาให้เราฟังกันอีกแล้ววววว

Spoil
___

ตามประสาคนดูหนังแล้วคิดเยอะ ไม่รู้ว่าคนอื่นจะคิดเหมือนกันหรือเปล่าครับ พอดีว่าไปดูหนังเรื่องนี้มา แล้วตั้งข้อสังเกตขึ้นมาได้ 1 ข้อ (จริงๆมีอีกแต่หาข้อมูลอยู่) เรื่องเกี่ยวกับ "มาม่า" ในเรื่อง รถไฟฟ้า..มาหานะเธอ

ทำไมมาม่าต้องต้ม 3 นาที?

สังเกต ว่าภายในเรื่องตัวละครจะมีความสัมพันธ์กับมาม่า 2 ครั้ง คือ ตอนที่พระเอกจะต้มมาม่าให้นางเอกกินรองท้องก่อนขึ้นรถแท็กซี่ และตอนที่นางเอกผิดหวังเรื่องพระเอกต้องไปเรียนต่อเมืองนอก จึงกลับมาต้มมาม่าที่บ้านคนเดียว

หนังกำลังจะบอกอะไรเราหรือเปล่า? ผมว่าเขากำลังจะบอกเรื่องสาระของ ”การรอคอย” และ "ความอดทน"

ครั้ง แรกในรถแท็กซี่ นางเอกเปิดกินในขณะที่เพิ่งใส่น้ำร้อนไปแค่ 1 นาที พระเอกก็บอกว่า “ก็ข้างถ้วยเขาเขียนให้รอ 3 นาที” นางเอกก็เถียงว่าชอบกินแบบนี้ เส้นกรอบๆแบบนี้

ถ้าเรามองแบบเปรียบ เทียบ ม่าม่ากับความรัก .. เหมือนหนังกำลังบอกว่า ทั่วไปตามสากลโลก ความรักมันมีเวลาของมัน การบ่มเพาะเส้นของความรักให้นุ่มพอดี พอเหมาะเข้าปากนั้น ต้องใช้เวลา แม้นางเอกอาจจะชอบเส้นกรอบๆ ที่ใช้เวลาน้อย แต่ความรักเป็นเรื่องของคน 2 คน จะตัดสินด้วยความชอบเพียงฝ่ายเดียวไม่ได้ และเวลาอีก 2 ปีที่พระเอกจะไม่อยู่ ก็คือช่วงเวลาที่จะบ่มเพาะความรัก ให้สามารถกินได้ทั้ง 2 ฝ่ายนั่นเอง

มาม่ามักถูกใช้เป็นตัวช่วยของ คนที่ “ไม่มีเวลา” ไม่มีเวลาทำกับข้าว ไม่มีเวลาไปหาอาหารกินข้างนอก เหมือนในเรื่องนี้ นางเอกคิดว่าตนเอง”ไม่มีเวลา”จะรอพระเอกแล้ว เพราะอายุก็มาก เหงาก็เหงา กินข้าวคนเดียว แต่จะให้ทำอย่างไร แม้แต่มาม่ายังมีเวลา 3 นาทีของมัน แล้วความรักล่ะ?  

จึงมาสู่ตอน ที่นางเอกเครียดในการต้มมาม่าคนเดียวที่บ้าน อยากกินเร็วๆแต่อะไรก็ขัดใจไปหมด น้ำก็ไม่ได้ต้มไว้ ฉีกซองเครื่องปรุงก็ลำบาก เนื่องจากความ”ใจร้อน” มองแต่”เป้าหมาย” แต่ลืมมอง”ระหว่างทาง” การจะกินมาม่า ต้องต้มน้ำ ต้องค่อยๆเตรียมเครื่องปรุง เหมือนความรัก หากจะมองแต่เป้าหมายว่าฉันกับเขาจะต้องรักกัน แต่ลืมใส่ใจ”ระหว่างทาง” ภาพนั้นคงไม่เกิด

มาม่า ก็เป็นตัวแทนหนึ่งของคนในสมัยนี้ ที่ต้องใช้ชีวิตเร่งรีบ ทุกๆอย่างต้องแข่งกับเวลา จนลืมไปว่า เรื่องที่ละเอียดอ่อนอย่างความรัก มันเร่งรีบไม่ได้หรอก

สรุปคือ ผมคิดว่า หนังใช้มาม่าสอนเราในเรื่องความรัก ถ้าคิดจะรัก ก็ต้องเรียนรู้ที่จะรอ ต้องอดทน คนสมัยนี้มักขาดความอดทนครับ แลกเบอร์กันไม่กี่วัน ก็อยากให้อีกฝ่ายเรียกเราว่าแฟนแล้ว น่าจะมองดูว่า แม้สิ่งที่จะช่วยเราประหยัดเวลามากแค่ไหน อย่างมาม่า มันก็ยังมีเวลาของมัน แล้วกับความรัก ก็เช่นกัน
---

ที่มา : http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A8447739/A8447739.html

อ่านแล้วอยากดูหนังอีกรอบ